คุณเคยสงสัยไหมว่าภายใต้โลกหลังวันสิ้นโลกของ The Last of Us มีเรื่องราวซ่อนอยู่อีกกี่เรื่อง? ซีรีส์เกมที่โด่งดังจากเนื้อเรื่องเข้มข้นและตัวละครมีมิติไม่ใช่แค่เกมยิงซอมบี้ธรรมดา แต่มันเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ผู้พัฒนาทุ่มเทลงไปอย่างเหลือเชื่อ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 30 ข้อเท็จจริงที่ทั้งแปลกและน่าทึ่งเกี่ยวกับเกมนี้ ซึ่งรับรองว่าคุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
The Last of Us ซ่อนรายละเอียดเล็กๆ ไว้มากมาย ตั้งแต่แรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง Children of Men การใช้ชื่อตัวละครจากวงดนตรีโปรดของทีมงาน ไปจนถึง Easter Egg ที่ซ่อนความเชื่อมโยงกับซีรีส์ Uncharted เกมนี้สร้างสถิติยอดขายถล่มทลายและมีคะแนนรีวิวสูงที่สุดเกมหนึ่งในประวัติศาสตร์ การรู้ข้อเท็จจริงเหล่านี้จะทำให้คุณมองเกมที่คุณรักในมุมที่ต่างออกไป
เบื้องหลังการสร้างและแรงบันดาลใจ
-
เกม The Last of Us ภาคแรกใช้เวลาพัฒนาทั้งสิ้นประมาณ 3 ปี 4 เดือน ตั้งแต่ปี 2009 จนถึงวันวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน 2013
-
แรงบันดาลใจหลักของเกมมาจากภาพยนตร์เรื่อง Children of Men (2006) โดยเฉพาะบรรยากาศของโลกที่ไร้ความหวังและการเดินทางเพื่อปกป้องอนาคตของมนุษยชาติ
-
ชื่อของ Joel ถูกตั้งตาม Joel Coen ผู้กำกับคู่หูของพี่น้อง Coen ส่วน Ellie ได้ชื่อมาจากภรรยาของ Neil Druckmann ซึ่งชื่อจริงของเธอก็คือ Erica แต่เขาชอบชื่อ Ellie มากกว่า
-
ฉากเปิดเกมที่ Sarah เสียชีวิตนั้นถูกบันทึกเสียงและโมชั่นแคปเจอร์ในวันแรกของการพัฒนาเกม เพื่อเป็นตัวกำหนดทิศทางอารมณ์ให้ทีมงานตลอดทั้งโครงการ
-
ทีมงาน Naughty Dog เคยพิจารณาให้ Ellie เป็นตัวละครที่อายุ 16 ปี แต่สุดท้ายเปลี่ยนเป็น 14 ปี เพราะต้องการเน้นความไร้เดียงสาและความเปราะบางของเธอให้ชัดเจนขึ้น
ความลับของตัวละครและเนื้อเรื่อง
-
ตัวละคร Tess มีชื่อจริงว่า Teresa ตามที่เห็นในจดหมายที่ Joel อ่านในเกม แต่ในเกมไม่เคยมีการเอ่ยชื่อเต็มของเธอเลย
-
ในการพากย์เสียงของ Ellie นักพากย์ Ashley Johnson ต้องกลั้นหายใจจริงๆ ในฉากที่ Ellie ต้องว่ายน้ำและดำน้ำ เพื่อให้เสียงเหมือนกำลังจมน้ำสมจริงที่สุด
-
ซีรีส์ The Last of Us Part II เดิมทีมีเนื้อเรื่องใหญ่ที่แตกต่างไปจากที่วางขายถึง 2 เวอร์ชัน ก่อนที่ทีมงานจะเลือกเวอร์ชันที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
-
ฉากที่ Joel ถูกทำร้ายใน The Last of Us Part II ถูกเขียนบทขึ้นมาในปี 2014 หรือ 6 ปีก่อนเกมจะวางจำหน่าย โดย Neil Druckmann เก็บความลับนี้ไว้กับตัวเองและทีมเขียนบทเพียงไม่กี่คน
-
ชื่อของกลุ่ม Fireflies ถูกตั้งขึ้นหลังจากที่ทีมงานเห็นหิ่งห้อย (Firefly) ติดอยู่ในห้องพัฒนาเกมระหว่างการประชุมใหญ่ครั้งหนึ่ง
สถิติและตัวเลขที่น่าสนใจ
-
The Last of Us ภาคแรกมียอดขายรวมกว่า 17 ล้านชุดทั่วโลกภายในปี 2018 และเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 20 ล้านชุดหลังจากการวางจำหน่ายเวอร์ชัน Remastered
-
เกมนี้ได้รับรางวัล Game of the Year จากสื่อต่างๆ รวมกันมากกว่า 200 รางวัล ซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเกม
-
คะแนน Metacritic ของ The Last of Us ภาคแรกอยู่ที่ 95 จาก 100 คะแนน ส่วน The Last of Us Part II อยู่ที่ 93 จาก 100 คะแนน
-
ระยะเวลาความยาวของ The Last of Us Part II หากเล่นเฉพาะเนื้อเรื่องหลักจะอยู่ที่ประมาณ 25 ชั่วโมง แต่ถ้าเก็บทุกอย่างจะมากกว่า 40 ชั่วโมง
-
งบประมาณในการพัฒนา The Last of Us Part II สูงถึงประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ไม่รวมงบการตลาด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเกมที่มีต้นทุนสูงที่สุดในยุคนั้น
Easter Egg และรายละเอียดซ่อนเร้น
-
ในห้องนอนของ Ellie ในวันเกิดของ Joel คุณจะพบของขวัญชิ้นหนึ่งที่ Ellie วาดรูป Joel และ Sarah ด้วยดินสอ แสดงให้เห็นความผูกพันของพวกเขา
-
มีเครื่องเล่นแผ่นเสียง (Vinyl) เก่าในบ้านหลังหนึ่งใน The Last of Us Part II ที่คุณสามารถเปิดเพลง "Take On Me" โดย a-ha ได้ ซึ่งเป็นเพลงที่ Ellie ร้องในตัวอย่างแรกของเกม
-
กระเป๋าเป้ของ Ellie ใน The Last of Us Part II มีแผ่นปักรูปใบไม้และเครื่องหมาย Infinity ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนความสัมพันธ์ของเธอกับ Joel
-
คุณสามารถหาหนังสือการ์ตูนเรื่อง "The Savage Starlight" ในเกมได้ ซึ่งเป็นการ์ตูนที่ Ellie ชื่นชอบและมีทั้งหมด 7 เล่มในภาคแรก
-
ในภาคแรก มีฉากที่คุณสามารถมองเห็นรูปวาดของ Joel และ Sarah ที่ถูกทิ้งไว้ในบ้านของ Joel ในเมือง Boston ซึ่งเป็นภาพวาดที่ Sarah วาดให้พ่อของเธอ
เทคนิคการเล่นและระบบเกมเพลย์
-
ระบบการได้ยินแบบ "Listen Mode" ถูกเพิ่มเข้ามาในเวอร์ชัน Remastered สำหรับ PlayStation 4 เพื่อช่วยผู้เล่นที่ต้องการความช่วยเหลือในการหา enemies แต่ในเวอร์ชันดั้งเดิมไม่มีฟีเจอร์นี้
-
ในโหมดความยาก "Grounded" ศัตรูจะมองเห็นคุณได้ยากขึ้นมาก แต่การโจมตีของพวกเขาจะรุนแรงเป็นพิเศษ และคุณจะไม่มี Listen Mode ให้ใช้เลย
-
การใช้ขวดหรืออิฐขว้างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด เพราะเสียงจะดึงดูดศัตรูไปยังตำแหน่งที่คุณต้องการ
-
อาวุธในเกมแต่ละชนิดมีระดับความเสียหายที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับระยะทางและตำแหน่งที่ยิง โดยเฉพาะการยิงหัว (Headshot) ที่จะฆ่า Clicker ได้ทันที
-
กระสุนในเกมมีจำนวนจำกัดมากในโหมดความยากสูง คุณจึงต้องวางแผนการใช้กระสุนอย่างรอบคอบและเลือกใช้การลอบโจมตีเป็นหลัก
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเพลงและเสียง
-
เพลงธีมหลักของเกม "The Last of Us" ประพันธ์โดย Gustavo Santaolalla ซึ่งเป็นนักแต่งเพลงชาวอาร์เจนตินาที่เคยได้รับรางวัลออสการ์มาแล้ว 2 ครั้ง
-
เพลงประกอบเกมถูกบันทึกเสียงโดยใช้เครื่องดนตรีจริงทั้งหมด โดยเฉพาะกีตาร์โปร่งและเครื่องเคาะจังหวะที่ให้ความรู้สึกโศกเศร้าและเรียบง่าย
-
เสียงของ Clickers เกิดจากการผสมเสียงของนักพากย์ที่รัดคอตัวเองและเสียงของสัตว์จริงๆ เช่น เสียงลิงและเสียงแมว เพื่อให้ได้เสียงที่แปลกประหลาดและน่าขนลุกที่สุด
-
ใน The Last of Us Part II มีเพลง "Future Days" ของ Pearl Jam ที่ Ellie ร้องในฉากหนึ่ง ซึ่งเนื้อเพลงมีความหมายตรงกับความสัมพันธ์ของเธอและ Joel
-
เพลงประกอบเกมทั้งสองภาคถูกบันทึกในสตูดิโอที่แตกต่างกัน แต่ยังคงใช้เครื่องดนตรีชุดเดียวกันเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของเสียง
ทำไมเกมนี้ถึงยังคงอยู่ในใจแฟนๆ
ข้อเท็จจริงทั้ง 30 ข้อนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความพิถีพิถันที่ Naughty Dog ทุ่มเทลงไปในซีรีส์ The Last of Us ทุกฉากทุกตอนล้วนถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดอารมณ์และสร้างความทรงจำให้กับผู้เล่น ไม่ใช่แค่เกมเอาชีวิตรอด แต่มันคือประสบการณ์ที่ทำให้คุณคิดถึงความหมายของความรัก การเสียสละ และการให้อภัย
ลองกลับไปเล่นเกมอีกครั้งในมุมมองใหม่ คุณอาจพบรายละเอียดเล็กๆ ที่คุณไม่เคยมองเห็นมาก่อน และนั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้ The Last of Us ไม่ใช่แค่เกม แต่เป็นหนึ่งในผลงานศิลปะที่แท้จริงของวงการเกม
หน้านี้มีประโยชน์หรือไม่?
หัวใจสำคัญของเราคือความมุ่งมั่นในการนำเสนอเนื้อหาที่น่าเชื่อถือและน่าสนใจ ข้อเท็จจริงทุกชิ้นบนเว็บไซต์ของเรามาจากผู้ใช้จริงอย่างคุณ ซึ่งนำเสนอมุมมองและข้อมูลอันหลากหลาย เพื่อให้มั่นใจว่าได้มาตรฐาน มาตรฐาน สูงสุดในเรื่องความแม่นยำและความน่าเชื่อถือ บรรณาธิการ บรรณาธิการ ของเราจะตรวจสอบแต่ละการส่งอย่างพิถีพิถัน กระบวนการนี้รับประกันว่าข้อเท็จจริงที่เราแบ่งปันนั้นทั้งน่าทึ่งและน่าเชื่อถือ เชื่อมั่นในความมุ่งมั่นของเราต่อคุณภาพและความถูกต้องแท้จริง ขณะที่คุณสำรวจและเรียนรู้ไปกับเรา