คุณรู้หรือไม่ว่าพระราชวังแวร์ซายที่เราชมกันทุกวันนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นที่พักผ่อนของกษัตริย์เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่แยบยลที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุโรปอีกด้วย จากกระท่อมล่าสัตว์กลางป่าที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจอันล้นเหลือของราชวงศ์บูร์บง สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าทึ่งและข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน
พระราชวังแวร์ซายไม่ได้เป็นเพียงวังที่สวยงาม แต่เป็นศูนย์กลางอำนาจที่ถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาด มีห้องกระจก 357 บานที่สะท้อนอำนาจของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 สวนขนาด 800 เฮกตาร์ที่ต้องใช้น้ำมากกว่าเมืองทั้งเมือง และเป็นสถานที่ลงนามสนธิสัญญาสงบศึกในสงครามโลกครั้งที่ 1 การเที่ยวชมให้คุ้มค่าที่สุดควรเผื่อเวลาอย่างน้อยทั้งวัน
จุดเริ่มต้นจากกระท่อมล่าสัตว์
-
พระราชวังแวร์ซายเริ่มต้นจากกระท่อมล่าสัตว์ขนาดเล็กที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ทรงสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1623 เพื่อใช้เป็นที่พักระหว่างการออกล่าสัตว์ในป่าแวร์ซาย
-
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 หรือที่รู้จักกันในนาม "ราชาแห่งดวงอาทิตย์" ทรงใช้เวลากว่า 50 ปีในการขยายและปรับปรุงพระราชวังแห่งนี้ให้กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมที่เรารู้จักในปัจจุบัน
-
การก่อสร้างพระราชวังแวร์ซายต้องใช้แรงงานมากถึง 36,000 คนในบางช่วงเวลา รวมถึงช่างฝีมือและศิลปินชั้นนำจากทั่วฝรั่งเศส
-
พระราชวังแวร์ซายมีพื้นที่รวมกว่า 67,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องต่างๆ มากถึง 2,300 ห้อง
-
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงย้ายราชสำนักจากปารีสไปยังแวร์ซายในปี ค.ศ. 1682 เพื่อควบคุมขุนนางได้อย่างเบ็ดเสร็จ การให้ขุนนางมาอยู่รวมกันในวังทำให้พระองค์สามารถสอดส่องและลดอำนาจของพวกเขาได้
ห้องกระจกและความหรูหราที่เหนือจินตนาการ
-
ห้องกระจก (Hall of Mirrors) เป็นห้องที่มีชื่อเสียงที่สุดในวัง มีความยาว 73 เมตร และมีกระจกเงาถึง 357 บานเรียงรายอยู่ตลอดแนวห้อง
-
ในยุคที่กระจกเงามีราคาแพงลิบลับ การมีกระจกถึง 357 บานในห้องเดียวถือเป็นการอวดความมั่งคั่งที่ไม่มีใครเทียบได้ในยุโรป
-
โคมระย้าคริสตัลในห้องกระจกมีน้ำหนักมากถึง 1 ตันต่อชิ้น และต้องใช้เทียนไขมากถึง 20,000 เล่มในการให้แสงสว่างในงานเลี้ยงแต่ละครั้ง
-
ห้องกระจกเป็นสถานที่ลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายในปี ค.ศ. 1919 ซึ่งเป็นการยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 อย่างเป็นทางการ
-
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงมีห้องบรรทมที่หรูหราที่สุดในวัง โดยมีผ้าม่านปักด้วยทองคำและเครื่องเรือนที่ทำจากเงินแท้
สวนแวร์ซายที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด
-
สวนแวร์ซายครอบคลุมพื้นที่กว่า 800 เฮกตาร์ หรือประมาณ 5,000 ไร่ ทำให้เป็นหนึ่งในสวนพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลก
-
อันเดร เลอ โนตร์ (André Le Nôtre) สถาปนิกภูมิทัศน์ผู้ออกแบบสวน ใช้เวลากว่า 40 ปีในการสร้างสวนแห่งนี้ให้สมบูรณ์แบบ
-
ในสวนมีน้ำพุมากกว่า 50 แห่ง แต่ละแห่งมีดีไซน์ที่ไม่ซ้ำกัน และต้องใช้ระบบท่อส่งน้ำที่ซับซ้อนในการทำงาน
-
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของสวนแวร์ซายคือการขาดแคลนน้ำ นักออกแบบต้องสร้างเครื่องสูบน้ำขนาดยักษ์ที่เรียกว่า "Machine de Marly" เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำแซนขึ้นมาใช้
-
ในฤดูร้อน สวนจะมีการแสดงน้ำพุและดนตรี (Les Grandes Eaux) ซึ่งเป็นการจำลองบรรยากาศในยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
ชีวิตในราชสำนักที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์
-
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงมีพิธีการตื่นนอน (Le Lever) และพิธีการเข้านอน (Le Coucher) ที่มีขุนนางคอยเฝ้าดูแล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงอำนาจ
-
ขุนนางกว่า 10,000 คนอาศัยอยู่ในพระราชวังแวร์ซายในเวลาเดียวกัน รวมถึงคนรับใช้และทหารรักษาการณ์
-
อาหารของกษัตริย์มักจะมาถึงโต๊ะแบบเย็นชืดแล้ว เพราะต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอนเพื่อป้องกันการวางยาพิษ
-
มารี อ็องตัวแน็ต ราชินีผู้โด่งดัง ทรงมีหมู่บ้านจำลอง (Queen's Hamlet) ในบริเวณวังเพื่อใช้เป็นที่หลบหนีจากชีวิตในราชสำนักที่เคร่งเครียด
-
ในพระราชวังไม่มีห้องน้ำส่วนตัวในยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ขุนนางและคนรับใช้ต้องใช้ "เก้าอี้ห้องน้ำ" (chaise percée) หรือกระโถนแทน
Petit Trianon และโลกส่วนตัวของราชินี
-
พระราชวังแวร์ซายประกอบด้วยอาคารย่อยอีกหลายแห่ง เช่น Grand Trianon และ Petit Trianon ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนส่วนพระองค์
-
Grand Trianon สร้างด้วยหินอ่อนสีชมพูจากเทือกเขาแอลป์ มีราคาแพงกว่าหินอ่อนทั่วไปหลายเท่า
-
Petit Trianon เป็นของขวัญจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แก่มาดามดูบาร์รี ก่อนที่จะตกเป็นของมารี อ็องตัวแน็ต
-
หมู่บ้านจำลองของมารี อ็องตัวแน็ตมีบ้านไร่ กังหันลม และทะเลสาบขนาดเล็ก ที่สร้างขึ้นเพื่อให้พระนางได้สัมผัสชีวิตชนบทอันเงียบสงบ
-
Petit Trianon กลายเป็นสถานที่ที่มารี อ็องตัวแน็ตใช้เวลาส่วนใหญ่ โดยพระนางสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระโดยไม่มีกฎเกณฑ์ของราชสำนัก
การปฏิวัติฝรั่งเศสและการเปลี่ยนแปลง
-
ในปี ค.ศ. 1789 ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส ฝูงชนบุกเข้าไปในพระราชวังแวร์ซายและบังคับให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระราชินีมารี อ็องตัวแน็ตย้ายกลับไปปารีส
-
หลังการปฏิวัติ เฟอร์นิเจอร์และของมีค่าภายในวังถูกนำไปประมูลขายเป็นจำนวนมาก บางชิ้นสูญหายไปตลอดกาล
-
ในยุคนโปเลียน พระราชวังแวร์ซายถูกใช้เป็นที่พักและสถานที่จัดงานสำคัญ แต่ไม่เคยกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิม
-
พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 ทรงเปลี่ยนพระราชวังแวร์ซายให้เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1837 เพื่ออนุรักษ์มรดกของชาติ
-
พระราชวังแวร์ซายได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1979 และปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี
สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนไปเที่ยวแวร์ซาย
การเที่ยวชมพระราชวังแวร์ซายให้คุ้มค่าที่สุดไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเล็กน้อย เพราะสถานที่แห่งนี้กว้างใหญ่มากจนคุณไม่สามารถเดินชมได้หมดในครึ่งวัน
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| เวลาที่ดีที่สุด | เช้าตรู่ก่อน 09.00 น. หรือช่วงบ่ายแก่ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน |
| ระยะเวลาแนะนำ | อย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงสำหรับวังหลักและสวน |
| สิ่งที่ต้องเตรียม | รองเท้าเดินสบาย น้ำดื่ม และครีมกันแดด |
| จุดห้ามพลาด | ห้องกระจก สวนแวร์ซาย Grand Trianon และ Petit Trianon |
"ถ้าคุณมีเวลาแค่ครึ่งวัน ให้เน้นที่ห้องกระจก สวนบริเวณใกล้พระราชวัง และ Grand Trianon เพราะ Petit Trianon อยู่ไกลและต้องเดินอีกไกล"
การเดินทางจากปารีสไปแวร์ซายทำได้ง่ายๆ โดยนั่งรถไฟ RER สาย C ลงสถานี Versailles Rive Gauche ใช้เวลาประมาณ 45 นาที หรือถ้าคุณต้องการความสะดวกสบายก็สามารถเลือกใช้บริการทัวร์แบบมีไกด์นำเที่ยว
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมฝรั่งเศส การได้มาเยือนพระราชวังแวร์ซายสักครั้งในชีวิตถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม ไม่ใช่เพียงเพราะความสวยงามของสถาปัตยกรรม แต่เพราะทุกซอกทุกมุมของที่นี่ล้วนบอกเล่าเรื่องราวของอำนาจ ความทะเยอทะยาน และการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโลกใบนี้
หน้านี้มีประโยชน์หรือไม่?
หัวใจสำคัญของเราคือความมุ่งมั่นในการนำเสนอเนื้อหาที่น่าเชื่อถือและน่าสนใจ ข้อเท็จจริงทุกชิ้นบนเว็บไซต์ของเรามาจากผู้ใช้จริงอย่างคุณ ซึ่งนำเสนอมุมมองและข้อมูลอันหลากหลาย เพื่อให้มั่นใจว่าได้มาตรฐาน มาตรฐาน สูงสุดในเรื่องความแม่นยำและความน่าเชื่อถือ บรรณาธิการ บรรณาธิการ ของเราจะตรวจสอบแต่ละการส่งอย่างพิถีพิถัน กระบวนการนี้รับประกันว่าข้อเท็จจริงที่เราแบ่งปันนั้นทั้งน่าทึ่งและน่าเชื่อถือ เชื่อมั่นในความมุ่งมั่นของเราต่อคุณภาพและความถูกต้องแท้จริง ขณะที่คุณสำรวจและเรียนรู้ไปกับเรา