ค้นหา
กองบรรณาธิการ

เขียนโดย: กองบรรณาธิการ

เผยแพร่: 14 Oct 2026

30 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแวร์ซาย

คุณรู้หรือไม่ว่าพระราชวังแวร์ซายที่เราชมกันทุกวันนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นที่พักผ่อนของกษัตริย์เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่แยบยลที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุโรปอีกด้วย จากกระท่อมล่าสัตว์กลางป่าที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจอันล้นเหลือของราชวงศ์บูร์บง สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าทึ่งและข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน

Key Takeaway

พระราชวังแวร์ซายไม่ได้เป็นเพียงวังที่สวยงาม แต่เป็นศูนย์กลางอำนาจที่ถูกออกแบบมาอย่างชาญฉลาด มีห้องกระจก 357 บานที่สะท้อนอำนาจของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 สวนขนาด 800 เฮกตาร์ที่ต้องใช้น้ำมากกว่าเมืองทั้งเมือง และเป็นสถานที่ลงนามสนธิสัญญาสงบศึกในสงครามโลกครั้งที่ 1 การเที่ยวชมให้คุ้มค่าที่สุดควรเผื่อเวลาอย่างน้อยทั้งวัน

จุดเริ่มต้นจากกระท่อมล่าสัตว์

  1. พระราชวังแวร์ซายเริ่มต้นจากกระท่อมล่าสัตว์ขนาดเล็กที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ทรงสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1623 เพื่อใช้เป็นที่พักระหว่างการออกล่าสัตว์ในป่าแวร์ซาย

  2. พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 หรือที่รู้จักกันในนาม "ราชาแห่งดวงอาทิตย์" ทรงใช้เวลากว่า 50 ปีในการขยายและปรับปรุงพระราชวังแห่งนี้ให้กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมที่เรารู้จักในปัจจุบัน

  3. การก่อสร้างพระราชวังแวร์ซายต้องใช้แรงงานมากถึง 36,000 คนในบางช่วงเวลา รวมถึงช่างฝีมือและศิลปินชั้นนำจากทั่วฝรั่งเศส

  4. พระราชวังแวร์ซายมีพื้นที่รวมกว่า 67,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องต่างๆ มากถึง 2,300 ห้อง

  5. พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงย้ายราชสำนักจากปารีสไปยังแวร์ซายในปี ค.ศ. 1682 เพื่อควบคุมขุนนางได้อย่างเบ็ดเสร็จ การให้ขุนนางมาอยู่รวมกันในวังทำให้พระองค์สามารถสอดส่องและลดอำนาจของพวกเขาได้

ห้องกระจกและความหรูหราที่เหนือจินตนาการ

  1. ห้องกระจก (Hall of Mirrors) เป็นห้องที่มีชื่อเสียงที่สุดในวัง มีความยาว 73 เมตร และมีกระจกเงาถึง 357 บานเรียงรายอยู่ตลอดแนวห้อง

  2. ในยุคที่กระจกเงามีราคาแพงลิบลับ การมีกระจกถึง 357 บานในห้องเดียวถือเป็นการอวดความมั่งคั่งที่ไม่มีใครเทียบได้ในยุโรป

  3. โคมระย้าคริสตัลในห้องกระจกมีน้ำหนักมากถึง 1 ตันต่อชิ้น และต้องใช้เทียนไขมากถึง 20,000 เล่มในการให้แสงสว่างในงานเลี้ยงแต่ละครั้ง

  4. ห้องกระจกเป็นสถานที่ลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายในปี ค.ศ. 1919 ซึ่งเป็นการยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 อย่างเป็นทางการ

  5. พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงมีห้องบรรทมที่หรูหราที่สุดในวัง โดยมีผ้าม่านปักด้วยทองคำและเครื่องเรือนที่ทำจากเงินแท้

สวนแวร์ซายที่ยิ่งใหญ่กว่าที่คิด

  1. สวนแวร์ซายครอบคลุมพื้นที่กว่า 800 เฮกตาร์ หรือประมาณ 5,000 ไร่ ทำให้เป็นหนึ่งในสวนพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลก

  2. อันเดร เลอ โนตร์ (André Le Nôtre) สถาปนิกภูมิทัศน์ผู้ออกแบบสวน ใช้เวลากว่า 40 ปีในการสร้างสวนแห่งนี้ให้สมบูรณ์แบบ

  3. ในสวนมีน้ำพุมากกว่า 50 แห่ง แต่ละแห่งมีดีไซน์ที่ไม่ซ้ำกัน และต้องใช้ระบบท่อส่งน้ำที่ซับซ้อนในการทำงาน

  4. ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของสวนแวร์ซายคือการขาดแคลนน้ำ นักออกแบบต้องสร้างเครื่องสูบน้ำขนาดยักษ์ที่เรียกว่า "Machine de Marly" เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำแซนขึ้นมาใช้

  5. ในฤดูร้อน สวนจะมีการแสดงน้ำพุและดนตรี (Les Grandes Eaux) ซึ่งเป็นการจำลองบรรยากาศในยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

ชีวิตในราชสำนักที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์

  1. พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงมีพิธีการตื่นนอน (Le Lever) และพิธีการเข้านอน (Le Coucher) ที่มีขุนนางคอยเฝ้าดูแล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงอำนาจ

  2. ขุนนางกว่า 10,000 คนอาศัยอยู่ในพระราชวังแวร์ซายในเวลาเดียวกัน รวมถึงคนรับใช้และทหารรักษาการณ์

  3. อาหารของกษัตริย์มักจะมาถึงโต๊ะแบบเย็นชืดแล้ว เพราะต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอนเพื่อป้องกันการวางยาพิษ

  4. มารี อ็องตัวแน็ต ราชินีผู้โด่งดัง ทรงมีหมู่บ้านจำลอง (Queen's Hamlet) ในบริเวณวังเพื่อใช้เป็นที่หลบหนีจากชีวิตในราชสำนักที่เคร่งเครียด

  5. ในพระราชวังไม่มีห้องน้ำส่วนตัวในยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ขุนนางและคนรับใช้ต้องใช้ "เก้าอี้ห้องน้ำ" (chaise percée) หรือกระโถนแทน

Petit Trianon และโลกส่วนตัวของราชินี

  1. พระราชวังแวร์ซายประกอบด้วยอาคารย่อยอีกหลายแห่ง เช่น Grand Trianon และ Petit Trianon ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนส่วนพระองค์

  2. Grand Trianon สร้างด้วยหินอ่อนสีชมพูจากเทือกเขาแอลป์ มีราคาแพงกว่าหินอ่อนทั่วไปหลายเท่า

  3. Petit Trianon เป็นของขวัญจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แก่มาดามดูบาร์รี ก่อนที่จะตกเป็นของมารี อ็องตัวแน็ต

  4. หมู่บ้านจำลองของมารี อ็องตัวแน็ตมีบ้านไร่ กังหันลม และทะเลสาบขนาดเล็ก ที่สร้างขึ้นเพื่อให้พระนางได้สัมผัสชีวิตชนบทอันเงียบสงบ

  5. Petit Trianon กลายเป็นสถานที่ที่มารี อ็องตัวแน็ตใช้เวลาส่วนใหญ่ โดยพระนางสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระโดยไม่มีกฎเกณฑ์ของราชสำนัก

การปฏิวัติฝรั่งเศสและการเปลี่ยนแปลง

  1. ในปี ค.ศ. 1789 ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส ฝูงชนบุกเข้าไปในพระราชวังแวร์ซายและบังคับให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระราชินีมารี อ็องตัวแน็ตย้ายกลับไปปารีส

  2. หลังการปฏิวัติ เฟอร์นิเจอร์และของมีค่าภายในวังถูกนำไปประมูลขายเป็นจำนวนมาก บางชิ้นสูญหายไปตลอดกาล

  3. ในยุคนโปเลียน พระราชวังแวร์ซายถูกใช้เป็นที่พักและสถานที่จัดงานสำคัญ แต่ไม่เคยกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิม

  4. พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 ทรงเปลี่ยนพระราชวังแวร์ซายให้เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1837 เพื่ออนุรักษ์มรดกของชาติ

  5. พระราชวังแวร์ซายได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1979 และปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี

สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนไปเที่ยวแวร์ซาย

การเที่ยวชมพระราชวังแวร์ซายให้คุ้มค่าที่สุดไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเล็กน้อย เพราะสถานที่แห่งนี้กว้างใหญ่มากจนคุณไม่สามารถเดินชมได้หมดในครึ่งวัน

หัวข้อ รายละเอียด
เวลาที่ดีที่สุด เช้าตรู่ก่อน 09.00 น. หรือช่วงบ่ายแก่ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน
ระยะเวลาแนะนำ อย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงสำหรับวังหลักและสวน
สิ่งที่ต้องเตรียม รองเท้าเดินสบาย น้ำดื่ม และครีมกันแดด
จุดห้ามพลาด ห้องกระจก สวนแวร์ซาย Grand Trianon และ Petit Trianon

"ถ้าคุณมีเวลาแค่ครึ่งวัน ให้เน้นที่ห้องกระจก สวนบริเวณใกล้พระราชวัง และ Grand Trianon เพราะ Petit Trianon อยู่ไกลและต้องเดินอีกไกล"

การเดินทางจากปารีสไปแวร์ซายทำได้ง่ายๆ โดยนั่งรถไฟ RER สาย C ลงสถานี Versailles Rive Gauche ใช้เวลาประมาณ 45 นาที หรือถ้าคุณต้องการความสะดวกสบายก็สามารถเลือกใช้บริการทัวร์แบบมีไกด์นำเที่ยว

สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมฝรั่งเศส การได้มาเยือนพระราชวังแวร์ซายสักครั้งในชีวิตถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม ไม่ใช่เพียงเพราะความสวยงามของสถาปัตยกรรม แต่เพราะทุกซอกทุกมุมของที่นี่ล้วนบอกเล่าเรื่องราวของอำนาจ ความทะเยอทะยาน และการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโลกใบนี้

หน้านี้มีประโยชน์หรือไม่?

ความมุ่งมั่นของเราต่อข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือ

หัวใจสำคัญของเราคือความมุ่งมั่นในการนำเสนอเนื้อหาที่น่าเชื่อถือและน่าสนใจ ข้อเท็จจริงทุกชิ้นบนเว็บไซต์ของเรามาจากผู้ใช้จริงอย่างคุณ ซึ่งนำเสนอมุมมองและข้อมูลอันหลากหลาย เพื่อให้มั่นใจว่าได้มาตรฐาน มาตรฐาน สูงสุดในเรื่องความแม่นยำและความน่าเชื่อถือ บรรณาธิการ บรรณาธิการ ของเราจะตรวจสอบแต่ละการส่งอย่างพิถีพิถัน กระบวนการนี้รับประกันว่าข้อเท็จจริงที่เราแบ่งปันนั้นทั้งน่าทึ่งและน่าเชื่อถือ เชื่อมั่นในความมุ่งมั่นของเราต่อคุณภาพและความถูกต้องแท้จริง ขณะที่คุณสำรวจและเรียนรู้ไปกับเรา